ชยอนูวางร่างที่เขาเพิ่งอุ้มมาให้นอนราบลงกับเตียงนอน
ก่อนที่จะพุ่งเอาร่างใหญ่ของตัวเองขึ้นคร่อมไว้
ใบหน้าคมสันก็เลื่อนเข้าไปเพื่อประกบจูบอีกหนหนึ่ง
หากคราวนี้มันไม่เหมือนครั้งก่อน ชยอนูเริ่มทดลองใช้ลิ้นร้อนของตัวเองแทรกเข้าไปในโพรงปากของมินฮยอก
จนลิ้นทั้งสองเกี่ยวกระหวัดกันเช่นเดียวกับร่างของทั้งคู่ที่กำลังกอดก่ายกันอยู่ในตอนนี้
อารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้นสั่งให้มือหนาของเขาค่อยๆ
สอดเข้าไปสำรวจลูบไล้ใต้เสื้อยืดเพื่อสัมผัสกับผิวขาวเนียนของมินฮยอกที่ซ่อนไว้อยู่ข้างใน
มันไม่ได้นิ่มยวบยาบไปเสียทุกส่วน หากมีทั้งส่วนของกล้ามเนื้อที่ให้สัมผัสแข็งกับอ่อนสลับกันไปจนเขาทนไม่ไหว
ต้องรีบผละตัวเองออกจากการจูบเพื่อถอดเสื้อยืดของเด็กหนุ่มออกไปให้พ้นทาง
เรือนร่างของมินฮยอกที่เขาไม่เคยได้เห็นบ่อยนักได้ปรากฏแก่สายตาของเขา
มันเป็นเรือนร่างในแบบที่อาจจะดูบอบบางกว่าชายหนุ่มคนอื่นๆ
แต่ก็มีมัดกล้ามเนื้อที่หน้าท้องและหน้าอกในระดับที่พอดี อีกทั้งวีไลน์ตรงสะโพกทั้งสองข้างนั่น
ยิ่งจ้องมอง ก็ยิ่งกระตุ้นอารมณ์ของชยอนูให้สูงขึ้นจนต้องพุ่งตัวลงไปพรมจูบที่ซอกคอขาวตรงหน้าซ้ำไปซ้ำมา
“พี่ถอดเสื้อหน่อยได้มั้ย”
มินฮยอกเองก็เริ่มรู้สึกรำคาญกับเสื้อผ้าของชยอนูแล้วเหมือนกัน
เขาดันร่างใหญ่ให้ห่างออกนิดหนึ่ง ก่อนที่จะฉวยมือไปถลกเสื้อยืดของร่างใหญ่ขึ้นมา
ซึ่งคนเป็นพี่ก็ให้ความร่วมมือด้วยการรีบถอดมันออกแล้วทิ้งให้พ้นทาง เผยให้เห็นผิวสีแทนของร่างกำยำที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามซึ่งได้มาจากการออกกำลังกายเป็นประจำ
โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้องแกร่งที่ขึ้นลูกเป็นซิกส์แพ็คกับไรขนตั้งแต่สะดือลงไปถึงขอบกางเกงนั่นแหละที่ทำให้รู้สึกว่าร่างของรุ่นพี่ตัวเองช่างเซ็กซี่จนแทบจะคลั่งเสียให้ได้
เมื่อปราการด่านแรกอย่างส่วนท่อนบนผ่านไปแล้ว
ส่วนถัดไปอย่างท่อนล่างก็ถูกกำจัดทิ้งอย่างง่ายดาย ทำให้ ชายหนุ่มทั้งสองคนอยู่ในสภาพเปลือยเปล่าไร้ซึ่งอาภรณ์ใดๆ
มาปกปิด และชยอนูก็ได้พุ่งกลับเข้ามาทาบทับตัวมินฮยอกอีกรอบ ซึ่งในรอบนี้
ทั้งสองก็รู้สึกถึงรสสัมผัสของการเล้าโลมแก่กันและกันชัดเจนขึ้น และมันก็กระตุ้นให้แก่นกายของทั้งคู่อยู่ในสภาพที่พร้อมจะปฏิบัติในขั้นสำคัญแล้ว
“อื้ม…”
ร่างใหญ่ยังคงเล้าโลมร่างในครอบครองของเขาด้วยจังหวะถี่รัว เพราะเขาเองก็ยังอยากตักตวงความหวานหอมจากตัวมินฮยอกที่เขาหลงใหลให้ได้มากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้
หรือถ้าให้มองอีกด้าน มันก็เป็นการถ่วงเวลาไม่ให้ทุกอย่างเร็วถึง ขั้นนั้น
เร็วเกินไป
สิ่งที่ชยอนูทดลองในขั้นถัดไปคือการเลื่อนมือหนาของตัวเองไปปรนเปรอรูดรั้งแก่นกลางของมินฮยอกเบาๆ
มันให้ความรู้สึกที่แปลก แต่เสียงครางของมินฮยอกที่ดังขึ้นด้วยความเสียวซ่านก็พอจะเป็นตัวช่วยยืนยันว่าเขากำลังมาถูกทางแล้ว
จนกระทั่ง…
“พี่ อึ่ก ผมยังไม่อยากเสร็จตอนนี้ อื้อ…”
เสียงแหบพร่าของมินฮยอกที่ดังขึ้นชะงักการกระทำของชยอนูไปนิดหนึ่ง และโอกาสนี้
มันก็เป็นจังหวะว่างที่ทำให้ทั้งคู่มีโอกาสได้ใช้สายตาจ้องมองเรือนร่างเปลือยเปล่าของกันและกันอย่างชัดเจน
มินฮยอกยอมรับเลยว่าเขาอิจฉาร่างกายที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามสมชายชาตรีของอีกฝ่ายมาตลอด
สีผิวที่เป็นสีแทนก็ช่วยให้ชยอนูดูเซ็กซี่ขึ้นมามากๆ ในแบบที่เขาหาคำอธิบายให้ไม่ได้
แต่ในตอนนี้เขาไม่อิจฉาอะไรแล้ว
สิ่งที่เขาต้องการมีเพียงแค่อยากให้ร่างตรงหน้าได้แสดงความรักกับเขาจากความต้องการจริงก็เท่านั้น
ส่วนฝั่งชยอนู เขาก็อดไม่ได้ที่จะใช้สายตาตัวเองมองลวนลามร่างขาวเปลือยเปล่าที่กำลังนอนทอดกายอยู่ตรงหน้าด้วยความตื่นเต้น
อยากรู้ อยากลอง อยากสำรวจให้มากกว่านี้ ..แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่แน่ใจว่าขั้นต่อไป เขาควรจะทำอย่างไรดี
“ถ้าพี่เข้าไปเลย …มินฮยอกจะเจ็บไหม?”
ร่างกำยำเอ่ยถามพลางกลืนน้ำลายของความต้องการลงในลำคอตัวเอง
“…” มินฮยอกเองก็ให้คำตอบไม่ได้เช่นเดียวกัน
ว่ากันตามตรงแล้ว ถึงจะเคยศึกษาผ่านวีดิโอกันมาก่อน แต่ทั้งคู่ก็ไม่เคยมี ‘ประสบการณ์ตรง’ กับสิ่งที่กำลังทำอยู่มาก่อนเลยแม้แต่หนเดียว
พอถึงเวลาจริงแบบนั้น สิ่งที่พึ่งพาได้คงจะมีแค่สัญชาตญาณดิบในตัวเองก็เท่านั้น
และเพราะคิดอย่างนั้นได้ มินฮยอกจึงเลื่อนมือไปสัมผัสกับอกแกร่งของชยอนูพร้อมเอ่ยออกมาเบาๆ
“ทำอย่างที่ใจพี่อยากจะทำกับผมเถอะ”
สิ้นคำ อารมณ์ความต้องการก็ได้พาให้ร่างทั้งสองกลับเข้ามาโรมรันกันอีกหน
ระหว่างที่คลอเคลียกัน ชยอนูก็พยายามนึกถึงเหล่าวีดิโอที่เขาเคยแอบดูเมื่อเกิดอารมณ์อย่างว่า
และร่างใหญ่ก็เริ่มทดลองทำตามต่อด้วยการยกนิ้วชี้กลางนางของข้างหนึ่งของตนเองเข้าไปในโพรงปากของตนเอง
ก่อนจะดึงออกมา แล้วเอานิ้วที่ชุ่มน้ำลายนั้นสอดเข้าในทางรักของหนุ่มผมบลอนด์อย่างเบามือก็เพื่อขยายช่องทางตรงหน้าให้พร้อมรับ
ของจริง ที่กำลังจะเข้ามาเยือนในไม่ช้า
แต่ถึงจะพยายามเบามือสักเท่าไหร่
มินฮยอกก็ทำสีหน้าเหยเกออกมาจนชยอนูเกือบจะถอนนิ้วตัวเองออกมา
หากฝ่ายคนเป็นน้องก็ร้องออกมาก่อนว่า “ย..อย่างนั้นแหละฮะ”
เมื่อได้รับสัญญาณอนุญาต จากหนึ่งนิ้ว ก็เพิ่มเป็นสอง และสาม
สีหน้าที่ผ่อนคลายลงเพราะปรับตัวได้แล้วของมินฮยอก
ก็เป็นสัญญาณสุดท้ายที่ทำให้ชยอนูหมดความอดทนลง
ร่างกำยำขึ้นคร่อมอีกครั้งพร้อมกับจับเรียวขาตรงหน้าให้แยกออกจากกัน
ก่อนจะใช้มือข้างหนึ่งรูดรั้งแก่นกายของตัวเองให้พร้อม
ความรู้สึกของทั้งสองในตอนนี้คือความตื่นเต้นจนหัวใจเต้นรัวจนแทบจะกระเด็นออกมาจากร่าง
เพราะสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นถัดจากนี้ คือ ‘ของจริง’ ของการมีสัมพันธ์สวาทกันแล้ว
ชยอนูค่อยๆ สอดแท่งร้อนขนาดใหญ่ของตนเองเข้าไปในทางรักตรงหน้าจนฝ่ายคนที่ถูกบุกรุกหลับตาแน่นพร้อมขืนตัวขึ้นมากอดร่างของเขาเพื่อระบายความเจ็บจุกในทันที
“อื้อ…!!”
แรกนั้นที่สัมผัสร้อนได้มาเยือน มินฮยอกเจ็บแทบคลั่งจนอยากจะให้ชยอนูหยุดทำ
แต่เมื่อถึงจังหวะที่แกนกายใหญ่ของชยอนูสัมผัสและเสียดสีกับจุดกระสันในตัวเขา
จากความเจ็บปวดก็แปรเปลี่ยนเป็นความเสียวซ่านที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิต
ส่วนฝ่ายร่างใหญ่นั้น ถึงจะรู้สึกตกใจที่ทำให้อีกฝ่ายเจ็บ
แต่ชยอนูได้ถลำลึกเข้ามาเกินกว่าจะถอยเสียแล้ว และยิ่งถูกช่องทางรักตอดรัดแกนกายของตัวเองขนาดนี้
สติของเขาก็กระเจิงออก จนเหลือแค่สัญชาตญาณดิบที่สั่งให้เขาดันต่อเข้าไปจนสุด
“อ..อ๊า…อา..อา”
“อื้ม มินฮยอก… มินฮยอก…”
สะโพกสอบค่อยๆ ขยับขึ้นลงตามความต้องการในจิตใจของตัวเอง
คลอไปกับเสียงครางด้วยความเสียวจากปากอิ่มของมินฮยอกที่ดังไม่ขาดสาย
แม้ว่าเครื่องปรับอากาศจะยังทำงานให้ความเย็นตามปกติ แต่ร่างเปลือยเปล่าทั้งสองที่กำลังหลอมรวมกันกลับเต็มไปด้วยเหงื่อกาฬที่ผุดออกมา
ร่างใหญ่ยังคงกระแทกแก่นกายตัวเองเข้าไปในตัวอีกฝ่ายเป็นจังหวะสม่ำเสมอ
พร้อมกับโน้มใบหน้าเข้าไปขบเม้มที่ซอกคอและใช้มือหยาบขยำยอดอกสีชมพูตรงหน้าไปด้วย
ฝ่ายมินฮยอกเองก็ได้กลิ่นเหงื่อจากตัวของชยอนู ซึ่งมันเป็นกลิ่นที่ช่วยกระตุ้นให้อารมณ์ปรารถนาในตัวที่มีต่ออีกฝ่ายมันแรงกล้าขึ้น
จนทำให้เขาเผลอพูดออกไปอีกโดยไม่รู้ตัวเลยว่า
“แรงขึ้นอีก พี่ชยอนู แรงกว่านี้..”
พอได้ยินแบบนี้ ชยอนูก็เลิกรั้งตัวเอง
และปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปตามที่ใจเขาต้องการ เอวสอบเพิ่มแรงกระแทกอัดใส่ร่างในครอบครองมากขึ้นจนเสียงเนื้อกระทบขึ้นกับเสียงครางที่ฟังไม่เป็นสรรพของมินฮยอกดังขึ้นเรื่อยๆ
พร้อมกับเกร็งร่างของตัวเองขึ้นกอดกับไหล่แกร่งตรงหน้า
พลางจิกเล็บตัวเองลงบนแผ่นหลังกว้างเพื่อระบายความเสียวไปด้วย
“มินฮยอก.. อื้ม
อื้ม..เรียกชื่อพี่สิ”
ไม่รู้ทำไม มินฮยอกรู้สึกว่าเสียงทุ้มของรุ่นพี่ตัวเองมันช่างเซ็กซี่กว่าทุกๆ
ครั้งที่เคยได้ยินหลายเท่าตัวนัก
“พ..พี่ชยอนู อึ่ก..! อะ อา..!”
ชยอนูเองก็เพิ่งจะรู้ตัวว่าเขาชอบเสียงครางที่แหบมีสเน่ห์ของมินฮยอกมากเช่นกัน
อยากจะทำให้อีกฝ่ายร้องเรียกเขามากกว่านี้
อยากให้อีกฝ่ายครางด้วยความสุขสมดังขึ้นมากกว่านี้
เมื่อคิดได้อย่างนั้น
เขาก็รัวจังหวะเอวให้แก่นกายตัวเองเสียดสีกับช่องทางของหนุ่มผมบลอนด์ให้ถี่รัวมากขึ้นเรื่อยๆ
“อืม อืม…”
เสียงคำรามในลำคอของชยอนูทำให้มินฮยอกตระหนักได้ว่า ไม่มีอีกแล้ว โรบอทชยอนู
หรือหมีชยอนูแสนซื่อ แต่เป็นชยอนูในแบบเดียวกับตอนที่วาดลวดลายเต้นบนเวที
หรือถ้าจะพูดให้ชัดกว่านั้น นี่คือชยอนูในโหมดสัตว์ป่าที่เต็มไปด้วยความหิวกระหาย
และกำลังขย้ำเหยื่ออย่างเขาแบบที่ไร้ความปรานีใดๆ ซึ่งมันก็น่าแปลก
ที่เขากลับรู้สึกเสียวกระสันมากๆ และอยากปล่อยให้อีกฝ่ายทำอย่างนี้กับตัวเองไปเรื่อยๆ
ตราบที่ต้องการเลยเสียด้วยซ้ำ
ในจังหวะหนึ่ง ร่างหนาได้ถอนเอากายของตนออก
ให้ตัวเองได้นั่งหลังตรงและรีบรวบให้ร่างบางที่กำลังอ่อนระทวยขึ้นมาคร่อมร่างตัวเองเพื่อกอดจูบพร้อมกับใช้สองมือขยำบั้นท้ายนวลเนียนอีกสักพักหนึ่ง
ก่อนที่จะค่อยๆ จัดการเสียบกายของตนเข้าไปในทางรักของอีกฝ่ายอีกรอบหนึ่ง
“อื้อ.. ป..เปลี่ยนท่าเหรอ” แม้ความกว้างของทางรักของมินฮยอกจะปรับตัวมีขนาดเหมาะกับขนาดของอีกฝ่ายแล้ว
แต่มินฮยอกก็ยังเสียวซ่านทุกครั้งที่ถูกบุกรุกเข้ามาอย่างนี้
“อืม” ชยอนูคำรามในลำคอเป็นการตอบรับ “ม..มินฮยอกลองขยับบ้างสิ”
มินฮยอกพอจะรู้ว่านี่คือการทดลองท่วงท่าใหม่
ซึ่งเขาเองก็ไม่รังเกียจ จึงเอื้อมแขนตัวเองไปกอดรอบคอของอีกฝ่ายไว้เป็นหลักยึด
แล้วค่อยๆ ขยับสะโพกมนของตัวเองขึ้นลงเพื่อปรนเปรอฝ่ายรุ่นพี่บ้าง และท่าขย่มนี้มันก็ให้ความรู้สึกเสียวซ่านไม่แพ้กันจนเสียงหอบหายใจของทั้งคู่ดังออกมาเป็นระยะ
ชยอนูเองก็ไม่ได้อยู่เฉย
เขายังใช้ปากของตัวเองขบเม้มยอดอกสีชมพูของมินฮยอกพร้อมกับมือทั้งสองข้างที่ลูบไล้ลวนลามไปทั่วร่างบางเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเอง
และตอนที่คนที่ขยับร่างดูจะผ่อนแรงลง ร่างสูงก็จัดการแทงสวนกลับขึ้นไปจนเสียงครางหวานที่เขาอยากได้ยินดังขึ้นมาไม่รู้เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้ว
“พี่ อ..อา..พี่ชยอนู…ผมรักพี่นะ อา..อา…”
“พี่ก็รักเรา อืม..”
คำบอกรักต่างๆ นานาได้พรั่งพรูออกมา
เพราะนี่เป็นบทรักที่เกิดจากความรู้สึกรักและเต็มใจของทั้งสองฝ่ายจริงๆ ซึ่งมันก็ทำให้อารมณ์ของพวกเขาทั้งคู่ไต่ทะยานมากขึ้นเรื่อยๆ
จนใกล้จะถึงจุดสุดยอดได้ในไม่ช้า
“อื้ม… พี่ใกล้จะไม่ไหวแล้ว”
ระหว่างที่ยังรัวสะโพกใส่ไม่ยั้ง ชยอนูก็ครางออกมาด้วยเสียงทุ้มต่ำของตนเอง
“งั้นเสร็จไปด้วยกันนะ” มือข้างขวาของมินฮยอกฉวยเข้าไปประสานนิ้วกับมือซ้ายของอีกฝ่าย
และมืออีกข้างที่เหลืออยู่ก็ดึงมือของชยอนูให้มาวางอยู่ตรงแก่นกายตัวเองที่กำลังตั้งชั้นได้ที่
“ย…อย่างนั้นแหละ” ไม่ต้องมีคำสั่งการใดๆ
มือหนาของชยอนูก็จัดการรูดรั้งแก่นกายของมินฮยอกขึ้นลงอย่างรัวเร็วตามที่หนุ่มผมบลอนด์ต้องการจนอารมณ์และความเสียวซ่านได้พุ่งถึงขีดสุด
“ผ..ผมจะแตกแล้ว อื้ม อ๊า อ๊า…!!”
เสียงร้องของมินฮยอกดังขึ้นพร้อมกับที่น้ำข้นขุ่นสีขาวได้พุ่งออกมาจากปลายยอดของเขาจนเปรอะเปื้อนคางและอกแกร่งของชยอนู
แต่ร่างใหญ่ก็ไม่ได้สนใจ เขาเองก็ต้องการปิดฉากบทรักให้กับตัวเองเหมือนกัน จึงจัดการกระแทกแก่นกายที่ยังเชื่อมติดอยู่ในทางรักขึ้นลงให้ถี่รัวมากที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้
ส่วนมินฮยอกที่ถึงฝั่งฝันไปแล้วก็ช่วยเกร็งหน้าท้องให้ช่องทางของตนช่วยบีบรัดชยอนูให้ได้ปลดปล่อยสิ่งที่กักเก็บไว้ออกมาเสียที
“พี่ไม่ไหวแล้วมินฮยอก อืม.. อา…!!”
ในที่สุด ชยอนูก็มาถึงจุดสูงสุดของตัวเอง กายของเขาได้ปลดปล่อยน้ำรักที่กักเก็บไว้มานานให้ทะลักออกมาในตัวของมินฮยอกครั้งแล้วครั้งเล่า
จนของเหลวสีขาวขุ่นไหลเยิ้มออกมาเปรอะเปื้อนกับร่องขาของหนุ่มผมบลอนด์เต็มไปหมด
…ฝั่งฝันสวรรค์ชั้นเจ็ดมันเป็นเช่นนี้นี่เอง
“แฮ่ก…แฮ่ก…” ในตอนที่ร่างเปลือยเปล่าของทั้งสองได้เสร็จสิ้นบทรักโดยมีคราบน้ำรักของกันและกันเป็นหลักฐานติดอยู่บนตัวแล้ว
เสียงหอบหายใจที่เต็มไปด้วยความสุขสมของทั้งสองก็ดังประสานขึ้นมา
โดยร่างใหญ่ได้ทิ้งร่างตัวเองให้ลงไปนอนทาบทับร่างบางด้านใต้อย่างหมดแรง
ฝ่ายชยอนูที่ได้สติกลับมาอีกครั้ง ก็ค่อยๆ ประคองร่างบางที่เต็มไปด้วยรอยรักมาไว้ในอ้อมกอดพร้อมกับมอบจุมพิตปลอบประโลมให้อย่างอ่อนโยน
“เมื่อกี้พี่ทำเราแรงไปรึเปล่า..พี่ขอโทษนะ…”
“ไม่เลยพี่นู.. ผมชอบแบบนี้มากที่สุดเลย” มินฮยอกรีบตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงอันแหบพร่า
พร้อมกับยิ้มกว้างเพื่อเป็นการยืนยันว่าเขารู้สึกดีจากการได้มีสัมพันธ์เมื่อครู่กับชยอนูจริงๆ
“แต่ทำแบบนี้มันกินพลังงานโคตรอ่ะ เหนื่อยเป็นบ้าเลย”
“แต่เราจะนอนแบบนี้ไม่ได้นะ”
ชยอนูผู้มีกำลังล้นเหลือรีบยันร่างตัวเองขึ้นนั่ง “เปื้อนขนาดนี้
ไปอาบน้ำก่อนแล้วค่อยนอนเถอะ”
“ขี้เกียจลุกแล้วอ่ะ..” คนเป็นน้องเริ่มงอแงตามประสา ซึ่งชยอนูเองก็พอจะเดาได้อยู่แล้ว
จึงจัดการลุกขึ้นแล้วช้อนร่างของมินฮยอกขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าหญิงแบบที่เจ้าตัวไม่ทันได้ตั้งตัวเลยด้วยซ้ำ
“เฮ้ย พี่..!?”
ร่างบางเปลือยเปล่าในอ้อมแขนเริ่มดิ้นนิดหนึ่งด้วยความตกใจ
“อย่าดื้อสิเด็กดีของพี่” ชยออนูโน้มใบหน้าลงมาใช้จมูกของตัวเองคลอเคลียกับจมูกรั้นของอีกฝ่ายเป็นการปราบพยศ
ซึ่งมันก็ได้ผล มินฮยอกก็หยุดดิ้น และยอมให้เขาอุ้มได้ง่ายๆ เสียที “เดี๋ยวพี่พาเราไปอาบเอง”
แต่หารู้ไม่ว่าการอาบน้ำในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ ‘การอาบน้ำ’ ตามที่มินฮยอกเข้าใจ
หลังจากที่ร่างใหญ่ฟอกสบู่ให้กับตัวเองเสร็จแล้ว
ระหว่างที่ชยอนูกำลังฟอกสบู่ทำความสะอาดให้กับร่างที่ยืนหันหลังให้นิ่งๆ
เพราะแรงแทบไม่เหลือ การที่มือหนาของเขาได้ลูบไล้กับผิวเนียนละเอียด
และสัมผัสทุกซอกทุกมุมกับร่างกายเปลือยเปล่าที่เขาหลงใหล
มันก็ช่วยปลุกอารมณ์ดิบของชยอนูให้กลับมาอีกครั้ง
“มินฮยอก..พี่ขออีกรอบได้มั้ย?”
“หา?” ไม่ทันที่มินฮยอกจะได้ตอบรับ
แขนแข็งแกร่งของชยอนูก็พลิกร่างบางให้หันกลับมาเผชิญหน้า และคนเป็นพี่ก็พุ่งเข้ามาใช้ริมฝีปากตัวเองบดจูบกับริมฝีปากของร่างบางอย่างเร่าร้อนตามความต้องการที่ไม่มีที่สิ้นสุดของตนเอง
สิบนิ้วของทั้งคู่สอดประสานกัน
เสียงครางอันสุขสมได้ดังขึ้น
…พร้อมกับร่างของทั้งสองที่ได้หลอมรวมกันอีกครั้งหนึ่ง…
กลับไปอ่านบทส่งท้ายกันต่อ(และคอมเมนต์)ที่เว็บเด็กดีกันได้เลยค่ะ
